งบประมาณรายจ่ายกลาโหมของจีนในปีนี้ เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับสถิติของปี 2563 แต่ยังน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับวงเงินรายจ่ายทางทหาร “มูลค่ามหาศาล” ของสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่า ในช่วงหนึ่งของการแถลงต่อสภาประชาชนแห่งชาติ ( เอ็นพีซี ) ในกรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กล่าวถึงการกำหนดงบประมาณรายจ่ายด้านกลาโหมของจีนในปีนี้ ไว้ที่ 1.35 ล้านล้านหยวน ( ราว 6.34 ล้านล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 6.8% จากปีที่แล้ว และนับเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งการกำหนดเป้าหมายค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมของจีน เพิ่มขึ้นแบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วต่ำกว่าสองหลัก
 
ทั้งนี้ นายหลี่ขยายความเป้าหมายด้านกลาโหมของจีน “ในภาพรวม” ตลอดทั้งปีนี้ จะเน้นการปฏิรูปในทุกมิติที่เชื่อมโยงกับกิจการด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพของกำลังพล ให้มีความพร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสาธารณะทุกรูปแบบ ขณะเดียวกัน รัฐบาลปักกิ่งตั้งเป้าส่งเสริม “ขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์” ของกำลังพล ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน เพื่อความมั่นคง และความรุ่งเรืองที่พัฒนายิ่งขึ้นสืบไป
 
สำหรับการเปิดเผยแผนการใช้จ่ายด้านกลาโหมของจีน เป็นความเคลื่อนไหวที่กลุ่มประเทศตะวันตกจับตาอย่างใกล้ชิด แม้เชื่อว่า “ตัวเลขจริง” สูงกว่าที่มีการแถลงต่อเอ็นพีซีมาก โดยวงเงินงบประมาณกลาโหมที่รัฐบาลปักกิ่งเปิดเผยว่าจะใช้จ่ายตลอดปีงบประมาณปัจจุบัน มีมูลค่าประมาณ 1 ใน 4 ของงบประมาณกลาโหมสหรัฐ ซึ่งในปีงบประมาณปัจจุบันมีมูลค่า 714,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 21.73 ล้านล้านบาท ) และมีการประเมินว่า จะเพิ่มขึ้นเป็น 733,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 22.31 ล้านล้านบาท ) ในปีงบประมาณ 2564/2565 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค. นี้